การเสนอหนังสือ

            ๑.   การเสนอหนังสือ  คือการนำหนังสือราชการที่ดำเนินการขั้นเจ้าหน้าที่เสร็จแล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชา  ซึ่งอาจเป็นการเสนอเพื่อ

            -   พิจารณาตรวจแก้ไข

            -   บันทึกสั่งการ

            -   ทราบ

            -   ลงชื่อ

            อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ราชการนั้นๆ ดำเนินต่อไปตามสายงานจนเสร็จสิ้น

            ๒.   วิธีเสนอหนังสือ

            เจ้าหน้าที่ผู้รวบรวมเรื่องเสนอ ซึ่งโดยปกติได้แก่นายทหารสารบรรณ, หน.บก., ทส.  ควรจะแยกหนังสือที่จะเสนอออกเป็นประเภทๆ เสียก่อน  เช่น  เรื่องด่วน,  เรื่องเพื่อทราบ,  เรื่องสั่งการ,  เรื่องพิจารณา  ถ้าสามารถทำได้ควรแยกแฟ้มเสนอออกตามประเภทเรื่องดังกล่าว  โดยเฉพาะเรื่องด่วน  ควรแยกออกและเขียนตัวอักษรด่วนปิดหน้าปกแฟ้มเสนอให้เห็นโดยชัดเจน

            ปัจจุบันเท่าที่ส่วนราชการใน ทบ. ปฏิบัติอยู่โดยมากการเสนอหนังสือมักจะเป็นหน้าที่ของหน่วยเจ้าของเรื่องจัดเรื่องเข้าแฟ้มแล้วนำเสนอ  ไม่ผ่านเจ้าหน้าที่ บก. หรือนำแฟ้มเสนอมารวมที่ บก. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ บก. นำเสนอ  เมื่อผู้บังคับบัญชาลงนามแล้วก็คืนหน่วยเจ้าของเรื่องไปทั้งหมด  หากจะมีการส่งออก เช่น ขอลงทะเบียนหนังสือ หรือส่งต่อเจ้าของเรื่อง จะนำต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับ หรือเรื่องนั้นๆ มาขอให้เจ้าหน้าที่รับส่งลงทะเบียนและจัดการส่งให้

            ๓.   การตรวจเอกสารที่จะนำเสนอ

            ไม่ว่าในกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายใดๆ  จะเป็นผู้เสนอเอกสารก็ตาม  ผู้นั้นจะต้องพิจารณาตรวจสอบเอกสารที่จะนำมาเสนอทุกฉบับ  โดยถือหลักดังนี้

                   ๓.๑  เอกสารนั้นสะอาด  เรียบร้อย  ถูกต้องตามระเบียบงานฯ แบบธรรมเนียมที่ทางราชการวางไว้แล้วหรือยัง เช่น  ถ้าเป็นหนังสือราชการภายนอกก็ต้องตรวจดูตามแบบว่าหนังสือราชการภายนอกวางรูปอย่างไร  ใช้คำย่อหรือคำเต็ม  ถ้าเป็นคำสั่งดูแบบรูปคำสั่งให้ถูกต้องเป็นต้น  ทั้งนี้รวมถึงการเขียนคำให้ถูกต้องตามพจนานุกรม   และมีวรรคตอน  ย่อหน้าให้ถูกต้องเหมาะสม

                   ๓.๒  เอกสารนั้นได้ผ่านเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตามสายงานพิจารณาครบถ้วนแล้วหรือยัง

                   ๓.๓  ถ้าเอกสารนั้นอ้างอิงถึงหลักฐานแบบธรรมเนียมใด  ให้ดูว่าได้แนบหลักฐานนั้นๆ เสนอมาด้วยหรือไม่  เพื่อมิให้เสียเวลาที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องขอดูและไปค้นหาในภายหลัง ต้องเตรียมหลักฐานอ้างอิงไว้ให้พร้อม  เมื่อผู้บังคับบัญชาขอดูก็สามารถเสนอได้ทันที

                   ๓.๔  เอกสารฉบับใดที่มีทั้งต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับ  หากมีการแก้ไขข้อความใดๆ จะเป็นตัวหนังสือหรือตัวเลขก็ตาม  ต้องระวังแก้ไขให้ตรงกันทั้งสองฉบับ

                   ๓.๕  ถ้าผู้เสนอเอกสารไม่ใช่เจ้าของเรื่อง  เมื่อมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อนนำเสนอ  ถ้ามีบกพร่องตามที่ได้กล่าวมาข้างบนนี้  อย่าได้แก้ไขไปโดยพลการ  ควรแจ้งให้เจ้าของเรื่องทราบแล้วแก้ไข

                   ๓.๖  ถ้าเอกสารนั้นจะต้องมีการบันทึกเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลงชื่อ  เจ้าหน้าที่หรือเจ้าของเรื่องต้องบันทึกให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของทางราชการ  เช่น  การสั่งการที่จะใช้คำว่า  “ รับคำสั่ง .... ”  จะใช้เมื่อใด  กับใครเป็นต้น

            ๔.   การจัดเข้าแฟ้มเสนอ

                   ดังได้กล่าวไว้ในหัวข้อวิธีเสนอแล้วว่า  ถ้าสามารถทำได้ควรแยกแฟ้มเสนอออกเป็นประเภทต่างๆ  อย่างไรก็ตาม  การเสนอหนังสือนั้นไม่ว่าจะแยกแฟ้มออกเป็นประเภทหรือรวมแฟ้ม  มีหลักง่ายๆ ในการจัดเอกสารเข้าแฟ้ม  ดังนี้

                   ๔.๑  เรื่องง่ายๆ  ไม่มีปัญหาพิจารณาอย่างใดๆ  เช่นเพียงลงชื่อเท่านั้น  ควรเรียงไว้ข้างหน้า

                   ๔.๒  เรื่องที่มีปัญหายุ่งยาก  จะต้องพิจารณาตรวจแก้ หรือมีการตัดสินใจต้องเอาไว้ทีหลัง  หรือแยกแฟ้มเสนอ  เพราะผู้บังคับบัญชาต้องใช้วิธีพิจารณาตกลงใจหรือแก้ไขงานธรรมดาจะได้ออกมาก่อน

                   ๔.๓  แฟ้มเซ็นทราบ  เช่น  สำเนาคำสั่ง  ประกาศ  แจ้งความอื่นๆ  ควรแยกแฟ้ม เมื่อผู้บังคับบัญชาว่างจะได้ลงนาม

                   ๔.๔  กรณีเร่งด่วนจัดเจ้าแฟ้มเสนอด่วน  แล้วรีบเสนอทันทีไม่ต้องคอยเรื่องให้เต็มแฟ้ม

                   ๔.๕  ผู้เสนอจะต้องใช้ไหวพริบตามสมควรให้เหมาะกับกาลเทศะและนิสัยของบังคับ  -บัญชา  เช่นผู้บังคับบัญชาบางท่านไม่ชอบลงชื่อในหนังสือทีละฉบับถึงกับกำหนดเวลาเสนอไว้ เช่น เช้า ๑๐๐๐  บ่าย ๑๔๐๐  เป็นต้น  กรณีเช่นนี้ก็ไม่มีโอกาสเสนอเอกสารทีละเรื่องหรือสองเรื่อง  ต้องมีมากหรือถึงเวลาจึงเสนอได้  เว้นแต่เรื่องด่วนจึงนำเสนอก่อนเวลาและไม่จำเป็นต้องรอเอกสารอื่น  ผู้บังคับบัญชาบางท่านไม่ได้กำหนดเวลาเสนอ  จะเสนอเมื่อใดก็ได้  กี่ฉบับก็ได้  ลักษณะนี้ผู้เสนอก็สะดวกใจ  แต่ควรพิจารณาโอกาสบ้าง  เช่น  เวลามีน้อยเพราะท่านจะต้องรีบไปประชุม หรือกลับมาจากประชุมมีเวลาน้อยแล้วควรเสนอเรื่องเร่งด่วน  หรือเรื่องที่ไม่มีปัญหาไปก่อน เรื่องไม่ด่วน เรื่องที่ต้องใช้เวลาพิจารณาให้รอไว้เสนอในโอกาสต่อไป