การควบคุมทหารกองเกิน

การควบคุมทหารกองหนุนประเภทที่ 

การควบคุมทหารกองหนุนประเภทที่ 

การควบคุมยอดทหารกองเกินและทหารกองหนุน

การตรวจสอบสภาพทหารกองหนุน

สัสดีอำเภอกับระบบการควบคุมกำลังพลสำรอง

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพทหารกองหนุน

 

ตอนที่ ๖

การควบคุมทหารกองเกินและทหารกองหนุน

ข้อ๑  กำลังพลสำรอง เป็นกำลังที่กองทัพไทย (กองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ) ได้เตรียมไว้ตั้งแต่ในยามปกติ  เพื่อใช้ในยามสงครามหรือในยามที่ประเทศอยู่ในภาวะคับขัน   การที่จะให้ได้มาซึ่งกำลังสำรองที่มีความเสียสละ  และมีความพร้อมที่เผชิญกับภัยคุกคามในยามศึกสงครามนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบการควบคุมที่ดี   พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมและ การเรียกพลจะต้องมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติ โดยให้ถือว่าเป็นภารกิจสำคัญของชาติอย่างหนึ่ง บ่อเกิดของกำลังพลสำรอง      มีดังนี้

                .  ..,..(กองประจำการ) กองหนุน และพลทหารกองหนุน ทบ.ถือว่าเป็นกำลังพลสำรองหลัก

            .๒ ทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่      กำลังพลประเภทนี้มีจำนวนมากและ          ยังไม่พร้อมที่จะนำมาใช้ได้ทันทีเนื่องจาก ทางราชการมีงบประมาณจำกัด จึงไม่สามารถเรียกกำลังพล    พวกนี้เข้ารับการฝึก ได้

            .๓ นายทหารสัญญาบัตร, นายทหารประทวน และพลทหาร (อาสาสมัคร)กองหนุนที่ปลดจากประจำการ   ทางราชการไม่ถือว่าเป็นกำลังพลสำรองหลักเนื่องจากมาปัญหาในการเรียกใช้มาก

ข้อ ๒  การควบคุมทหารกองเกิน

            .๑ อำเภอเมื่อลงบัญชีทหารกองเกิน (ประจำปี) ไว้แล้ว  ให้ทำบัญชีหน้างบ  ควบคุมยอดทหารกองเกินไว้ ที่หน้าปกบัญชีทหารกองเกิน ตามผนวก

.๒ คัดรายชื่อจากบัญชีทหารกองเกิน (แบบสด.) ลงในบัญชีคนที่ลงบัญชีทหารกองเกิน

(แบบ สด.)  ส่งจังหวัด

            .๓ จังหวัด ได้รับ สด. 2  จากอำเภอ  ให้ตรวจสอบคัดรายชื่อลงบัญชีทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่ 2 (แบบ สด.)  ไว้เป็นหลักฐาน

            .๔ จัดทำบัญชีหน้างบควบคุมยอดจำนวนไว้

            .เก็บยอดทหารกองเกินลงในบัญชีทหารกองเกินที่ยังไม่ได้รับการฝึก  (..4)  เก็บไว้ 1 ชุด     ส่ง จทบ. 1 ชุด

                        หากมีการรับลงบัญชีใหม่ (ตกค้าง)  หรือมีการจำหน่ายขาดจากบัญชีด้วยเหตุใด ๆ           ก็ดีเมื่ออำเภอได้เพิ่มหรือจำหน่ายแล้วให้รายงานจังหวัดทราบและเมื่ออำเภอได้เพิ่มหรือลดตำแหน่งแล้ว   ให้รายงานจังหวัดทราบและเมื่อจังหวัดเพิ่มหรือจำหน่ายแล้ว  ให้แจ้ง จทบ.ทุกเดือน โดยใช้บัญชีทหาร   กองเกินที่ยังไม่ได้รับการฝึกที่เปลี่ยนแปลง (.. )


                        จทบ. เมื่อได้รับบัญชี ต.. ๗ จากจังหวัดต้องดำเนินการเพิ่มหรือจำหน่าย ยอดใน  .. ๔ ให้ถูกต้องตรงกัน

ข้อ ๓ การควบคุมทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ 

            .๑ ทหารกองเกินอายุครบ ๓๐ ปีบริบูรณ์ต้องปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๒

                    ..อำเภอ   บันทึกปลดย้ายประเภทในบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.) เป็นทหารกองหนุน ชั้นที่ ๒, ตามลำดับจนปลดพ้นราชการทหาร  และคัดรายชื่อลงในบัญชี ต..๒ ของหน่วยเก็บไว้

                    ..  จังหวัด  บันทึกปลดในบัญชี สด.๒๗ และคัดรายชื่อลงใน ต..   เก็บไว้ ๑ ชุด       ส่งให้ จทบ.๑ ชุด

                     ..๓ บัญชี ต..๒ เมื่อครบกำหนดปลดพ้นราชการทหารทำลายได้

             .๒ ทหารกองประจำการที่ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ (ปลดเพราะต้องโทษ,กระทำความเสื่อมเสียและอายุยังไม่ถึง ๓๐ ปี บริบูรณ์)

                      ..จังหวัด คัดรายชื่อลงใน สด.๒๗ และคัด บัญชี ต..๒ ประเภททหารกองหนุนประเภทที่ ๒ แยกไว้ต่างหาก เมื่ออายุครบปลดเป็นกองหนุนชั้นที่ ๒ (๓๐ ปีบริบูรณ์) จึงคัดรายชื่อลงใน ต..๒ รวมกับประเภทเดียวกัน

                       ..  จทบ.  คัดรายชื่อ ลงใน ต..๒ แยกไว้ต่างหากและปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวัด

ข้อ  ๔ การควบคุมทหารกองหนุนประเภทที่ ทหารกองประจำการเมื่อครบกำหนด ปลดเป็นทหารกอง

หนุนประเภทที่๑ หน่วยที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติ ดังนี้

             .๑  สัสดีจังหวัดทหารบก

                        ..๑ บันทึกจำหน่ายรายชื่อในบัญชีทะเบียนทหารกองประจำการ

                        ..๒ คัดรายชื่อลงในบัญชี ต..

                        ..๓ ส่งหางว่าวนำปลดให้สัสดีจังหวัดภูมิลำเนาทหาร

              .๒  สัสดีจังหวัด 

                         ..๑ บันทึกปลดหลัง สด.

                        ..  คัดบัญชี..

                        ... ส่งหนังสือสำคัญ(แบบ สด.)ให้หน่วยทหาร หรืออำเภอเพื่อมอบให้ทหารกองหนุน

               .อำเภอ 

                        ..  บันทึกปลดหลัง สด.

                        ..  คัดบัญชี..

                        ..  มอบ สด.๘ ให้ทหารกองหนุน

ข้อ ๕   การควบคุมยอดทหารกองเกินและทหารกองหนุน   สัสดีจังหวัดมีหน้าที่ตรวจสอบยอดทหารกองเกินและทหารกองหนุนที่มีอยู่ใ น ๓๑ ม.. ของทุกปี รายงานให้หน่วยเหนือทราบ

            .ทหารกองเกิน  ตรวจสอบนับยอดเป็นชั้นปีลงในบัญชียอดจำนวนทหารกองเกิน (แบบ สด.๒๒) ตามผนวก          แยกเป็นอำเภอ และแยกเป็นประเภท ได้รับการฝึกแล้ว และ ยังไม่ได้รับการฝึก พร้อมกับรายงานบัญชีสถิติยอดจำนวนทหารกองเกิน  ตามผนวก         แยกเป็นอำเภอและชั้นปี

            .๒ ทหารกองหนุนประเภทที่   ตรวจสอบนับยอดลงในบัญชีจำนวนทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ชั้นที่ ๑ (แบบ สด.๒๑)    ตามผนวก       แยกเป็นอำเภอ แยกเหล่า พรรค หรือแผนก สังกัด รุ่นปีที่ปลด แผนกทหารบก  ทหารเรือ  ทหารอากาศ  และตำรวจ   จัดทำแยกแผนกละฉบับ   สำหรับทหารกองหนุน    ชั้นที่  ,   ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน

            .๓ ทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ ชั้นที่ ๑   นับยอดลงในบัญชีจำนวนทหารกองหนุนประเภทที่ ๒               (แบบ สด.๒๓)     ตามผนวก        แยกเป็นอำเภอ แยกจำนวน เป็น ได้รับการฝึกแล้ว และ ยังไม่ได้รับการฝึกแยกเหล่าหรือแผนก สังกัด และชั้นปี สำหรับทหารกองหนุนชั้นที่ ๒,   ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน

            .๔ เมื่อได้จัดทำบัญชี จำนวนทหารกองหนุนแล้ว ให้จัดทำบัญชีตารางสถิติจำนวนทหารกองหนุนรวมทั้งจังหวัดแยกเป็นแผนก ทบ., ทร., ทอ. และ ตร.

            .๕ สัสดีจังหวัด ต้องรวบรวม บัญชี  สด.๒๑, สด.๒๒ ,สด. ๒๓ และบัญชีตารางสถิติจำนวนทหารกองเกิน,ทหารกองหนุน   ส่ง  มทบ.  ภายใน เมษายน ทุกปี

            .๖ มทบ. ตรวจสอบรวมรวมบัญชีจำนวนทหารกองเกินและทหารกองหนุน และตารางสถิติ จำนวนทหารกองเกินและทหารกองหนุน โดยแยกเป็น ทบ.,ทร. , ทอ. , และตร.รวมทั้ง มทบ. สำหรับบัญชี ตารางสถิติ ให้แยกเป็น จทบ.ตามผนวก    เสนอตามสายการบังคับบัญชาจนถึงกองทัพบก ภายในเดือน   .. ทุกปี

            .๗ ให้ จทบ. ดำเนินการตรวจสอบและจัดทำบัญชียอดจำนวนทหารกองหนุนประเภทที่           ชั้นที่ ๑, และ ๓  ซึ่งมียอดจำนวนทั้ง จทบ. โดยแยกเป็นรุ่นปีที่ปลดและชั้นกองหนุน ชั้นละ ๒ ฉบับ เสนอตามสายการบังคับบัญชาจนถึงกองทัพบก (นสร.) ภายในเดือน มี.. ทุกปี

            .๘ ก่อนจัดทำบัญชียอดจำนวนทหารประเภทต่างๆ ส่งหน่วยเหนือ ให้ จทบ.และสัสดีจังหวัด  ตรวจสอบยอดจำนวนให้ตรงกันเสียก่อน

ข้อ ๖   การตรวจสอบสภาพทหารกองหนุน

             .   หน่วยรับผิดชอบในการตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนที่สังกัด ทบ. ได้แก่

                    ..  จทบ.

                    ..  แผนกสัสดีจังหวัด

                    ..๓ หน่วยสัสดีอำเภอ

            .๒ หน่วยที่รับผิดชอบจะต้องแก้ไขบัญชีตรวจสอบสภาพทหารกองหนุน ให้ถูกต้องทันสมัยอยู่เสมอ

            .๓ จทบ. 

                   ..๑ ในเดือน ม.. ทุกปี  ให้คัดรายชื่อนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน นายทหารประทวนกองหนุน  (เฉพาะกองหนุนประเภทที่ ๑ ชั้นที่ ๑ , ), สต.(กองประจำการ)  กองหนุน (เฉพาะชั้นที่ ) พลทหารกองหนุน(เฉพาะประเภทที่ ๑ ชั้นที่ ๑   ที่จะทำการตรวจสอบสภาพลงในบัญชีตรวจสอบสภาพทหารกองหนุน

                    ..๒ แยกบัญชีเป็น        ประเภท

                            ...  นายทหารสัญญาบัตรกองหนุน

                             ...๒ นายทหารประทวนกองหนุน

                             ...๓ สิบตรีกองประจำการกองหนุน

                             ...๔ พลทหารกองหนุน

                      ... ส่งบัญชีตรวจสอบสภาพให้แผนกสัสดีจังหวัดภูมิลำเนาทหาร ประเภทละ ๓ ชุด

                      ..๔ เมื่อได้รับบัญชีฯ คืนต้องบันทึกผลการตรวจสอบลงในบัญชีตรวจสอบสภาพ และ     .., ..  และต้องแก้ไขให้ตรงกันกับชุดของจังหวัดอยู่เสมอ

               . กพ.ทร.กพ.ทอ.  ในเดือน ม.. ดำเนินการคัดรายชื่อและส่งบัญชีให้แผนกสัสดีจังหวัด      เช่นเดียวกับ จทบ.

             .สัสดีจังหวัด

                     ..๑ ตรวจสอบรายชื่อกับบัญชี .., ..๓ หากมีรายการคลาดเคลื่อนให้แก้ไขบัญชีตรวจสอบสภาพให้ถูกต้องแล้วแจ้งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องทราบ

                     ..เก็บบัญชีตรวจสอบสภาพไว้  ชุด ส่งให้หน่วยสัสดีอำเภอ ๒ ชุด

..๓ เมื่อหน่วยสัสดีอำเภอส่งบัญชีตรวจสอบสภาพคืนจังหวัด ให้คัดลอกลงในบัญชีตรวจสอบสภาพของจังหวัดให้ถูกต้องแล้วรีบส่งบัญชีตรวจสอบสภาพคืนให้ จทบ.,กพ.ทร.หรือ กพ.ทอ.

                     ..๔ บันทึกผลการตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนลงใน ต.. ๒ และ ต..๓ ด้วย        

               .๖ หน่วยสัสดีอำเภอ เมื่อได้รับบัญชีตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนจากจังหวัด

                      ..  แยกบัญชีเก็บไว้ที่อำเภอ ๑ ชุด

                      ..๒ อีกหนึ่งชุดแยกเป็นตำบล ดังนี้

                                  ...๑ ตำบลใดอยู่นอกเขตเทศบาล มอบให้กำนันไปตรวจสอบ

                 ...๒ ตำบลใดอยู่ในเขตเทศบาล มอบให้นายกเทศมนตรีไปตรวจสอบ

                 ...๓ อำเภอที่ไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ หรือส่งหนังสือถึงเจ้าตัว

              ...๔ ให้สัสดีอำเภอจัดการประกาศให้ทหารกองหนุนมารายงานตัวเพื่อ           ลงรายการในบัญชีตรวจสอบสภาพ ฯ   ตามผนวก

                       ..  แนะนำวิธีเขียนบัญชี  ให้กับกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  และนายกเทศมนตรี   หรือ      เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถูกต้อง

                       ..๔ เมื่อได้รับบัญชีตรวจสอบสภาพ ฯ คืนจากผู้ตรวจสอบ  ให้คัดลอกแก้ไขรายการในบัญชีตรวจสอบสภาพที่หน่วยเก็บไว้   โดยให้สัสดีอำเภอลงลายมือชื่อรับรองถูกต้อง แล้วส่งชุดที่คัดลอก   แก้ไขไปสัสดีจังหวัดส่งชุดที่ได้รับคืนจากผู้ตรวจสอบให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

                        ..๕ เมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างใด ให้สัสดีอำเภอแก้ไขบัญชี ฯชุดของอำเภอ และบันทึกผลการตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนลง ใน ต..๒ และ ต.. ๓ ด้วย

ข้อ    การตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนปกติจะกระทำปีละ ๑ ครั้ง ภายในเดือน มกราคม ถึงเดือนมิถุนายนทุกปี เมื่อได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนครั้งใหม่แล้วให้หน่วยทำลายบัญชีเดิม    ตามระเบียบงานสารบรรณได้

ข้อ  ๘  สัสดีอำเภอกับระบบการควบคุมกำลังพลสำรอง

            ภารกิจในหน้าที่สัสดีอำเภอที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ งาน เกี่ยวกับการควบคุมกำลังพลสำรอง  ซึ่งต้องดำเนินการในทางบัญชีในหัวข้อต่อไปนี้

            .  การจัดทำบัญชี..(ทบ. ๑๐๐ - ๐๗๗)

..๑ บัญชี ส.. หรือ จต. (กองประจำการ)กองหนุน และพลทหารกองหนุน

..๒ บัญชีนายทหารประทวนกองหนุน

..๓ บัญชีทหารกองเกินที่ได้รับการฝึกแล้ว

.. บัญชีทหารกองหนุนประเภทที่ ๒

            .๒ การจัดทำบัญชี ต.. ( ทบ. ๑๐๐ - ๐๗๘)

..๑ บัญชีนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน

..๒ บัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการ

..๓ บัญชีนายทหารสัญญาบัตรนอกกอง

            .๓ การตรวจสอบสภาพทหารกองหนุน

..๑ การส่งบัญชีตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนให้กำนัน   นายกเทศมนตรี หรือ          เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ

..๒ การจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนด้วยตนเอง

..๓ การรายงานผลการตรวจสอบสภาพทหารกองหนุนต่อแผนกสัสดีจังหวัด              ภายในกำหนด

            .  หลักฐานการควบคุมแก้ไข บัญชี ต..,