การมอบอำนาจการปกครองข้าราชการและลูกจ้างในสายงานสัสดีที่ปฏิบัติงาน
การเทียบตำแหน่งข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือน
ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการย้ายทะเบียนราษฎร์สำหรับทหารกองประจำการ
บัญชีแบบพิมพ์ต่างๆ
ที่ใช้ในสายงานสัสดี
ชื่อค่ายทหารและหน่วยทหารในพื้นที่
ทภ. ๑ - ๔
ตอนที่ ๘
เบ็ดเตล็ด
ในบทส่งท้ายนี้ได้รวบรวมภาคความรู้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจสำหรับใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการปฏิบัติงาน เนื่องจากสัสดีอำเภอ หรือสัสดีจังหวัด นั้นต้องไปปฏิบัติราชการร่วมกับฝ่ายพลเรือนเป็นหลักจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใฝ่หาความรู้โดยเฉพาะงานในหน้าที่สัสดี และความรู้ทั่วไป เพื่อนำไปปรับใช้
แก้ปัญหาในการปฏิบัติงานต่อไป
ข้อ ๑ การมอบอำนาจการปกครองข้าราชการและลูกจ้างในสายงานสัสดีที่ปฏิบัติราชการร่วมกับฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การบรรจุ
เลื่อน ย้าย ออกจาก ราชการ การพิจารณาบำเหน็จ
การลา และการลงทัณฑ์ข้าราชการและลูกจ้างในสายงานสัสดี
๑.๑ การบรรจุทหารกองหนุน
หรือบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการในสายงานสัสดีในตำกว่าชั้นสัญญาบัตรที่ว่างลงนั้น
๑.๑.๑
เนื่องจากปัจจุบันกองทัพบกมีความจำเป็นที่จะระบายกำลังพลประเภทนายทหารประทวน
ซึ่งแออัดอยู่ในหน่วยและเหล่าต่าง ๆ
เข้ามาบรรจุในตำแหน่งและอัตราของสายงานสัสดีที่ส่ง
โดยจะได้พิจารณาจัดหากำลังพลที่มีคุณวุฒิทางการศึกษาตามความเหมาะสม
และผ่านการฝึก
อบรมมาแล้วจากหน่วยและเหล่าต่าง ๆ ในกองทัพบกมาบรรจุให้ตามอัตราที่ว่าง
หากมีความจำเป็นจะขอบรรจุทหารกองหนุน หรือบุคคลพลเรือนเมื่อใด
จะได้แจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
๑.๑.๒ หากมีความจำเป็นรีบด่วน
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอขอบรรจุ
โดยแจ้งตำแหน่งที่ว่างลงนั้นไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
เพื่อรายงานตามลำดับชั้นจนถึงกองทัพบกเพื่อพิจารณาและดำเนินการจัดส่งนายทหารประทวนในสายงานสัสดีมาบรรจุให้
แต่ถ้าพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียกหายแก่ทางราชการในระหว่างที่รอการบรรจุนั้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการในสายงานสัสดีในบังคับบัญขาของตน
ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ว่างลงนั้นเป็นการชั่วคราวได้
๑.๒ การขอบรรจุข้าราชการในสายงานสัสดี ในหน่วยสัสดีอำเภอ หรือหน่วยสัสดีกิ่งอำเภอที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ติดต่อประสานกับกระทรวงกลาโหมเพื่อเตรียมการบรรจุเป็นการล่วงหน้าแล้ว เมื่อได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งเป็นอำเภอหรือกิ่งอำเภอ หรือยกฐานะกิ่งอำเภอเป็นอำเภอแล้วแต่กรณีมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
๑.๒.๑
กองทัพบกจะได้ดำเนินการขอกำหนดอัตราเจ้าหน้าที่ในหน่วยสัสดี
เมื่ออัตราได้ประกาศใช้แล้ว ให้ผู้มีอำนาจตาม ข้อ ๑.๔.๑ ถึง ๑.๔.๒ แล้วแต่กรณี
พิจารณาย้ายข้าราชการในสายงานสัสดีไปบรรจุได้ตามความเหมาะสม
๑.๒.๒
ในระหว่างที่กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่
หากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการในสายงานสัสดีในบังคับบัญชาของตนไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยสัสดีที่จัดตั้งขึ้นใหม่
หรือยกฐานะขึ้นใหม่เป็นการชั่วคราวได้
๑.๓
การบรรจุพนักงานในตำแหน่งซึ่งมิใช่อัตราทหารเพื่อให้ปฏิบัติงานในแผนกสัสดีจังหวัด
ให้ดำเนินการ ดังนี้
๑.๓.๑ การบรรจุลูกจ้างในตำแหน่งพนักงานการเงิน
ให้รับสมัครผู้ที่มีวิทยฐานะสำเร็จประกาศนียบัตรวิชาชีพ
สาขาบัญชี ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ
หากมีจำนวนผู้สมัครเกินกว่าจำนวนที่ต้องการ ก็ให้ใช้วิธีคัดเลือก โดยถือเอาความรู้
ความสามารถในสาขาวิชาชีพ
ประกอบกับความประพฤติและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักในการพิจารณา
เมื่อตกลงรับและจะบรรจุผู้ใดแล้ว
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
พร้อมด้วยเหตุผลเพื่อรายงานตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการทหารบกและขอรับอนุมัติต่อไป
เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้
ผู้ว่าออกคำสั่งบรรจุได้
โดยให้ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างที่ทางราชการกำหนดในงบประมาณเงินค่าใช้สอยของแผนกสัสดีจังหวัดนั้น
ๆ ส่วนการให้ออกจากงานนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งให้ออกจากงานได้
๑.๓.๒ การบรรจุลูกจ้างในตำแหน่งพนักงานดูแลสถานที่ให้รับสมัครผู้ที่มี
วิทยฐานะสำเร็จการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาหรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับชั้นประถมศึกษา
ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรอง หากมีจำนวนผู้สมัครเกินกว่าจำนวนที่ต้องการก็ให้ใช้วิธีคัดเลือก
โดยถือเอาความประพฤติและความซื่อสัตย์สุจริต
ประกอบกับความรู้ความสามารถทางการช่างเป็นหลักในการพิจารณา
เมื่อตกลงรับและจะบรรจุผู้ใดแล้ว
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
พร้อมด้วยเหตุผลเพื่อรายงานตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการหทารบกและขอรับอนุมัติต่อไป
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกคำสั่งบรรจุได้
โดยให้ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างที่ทางราชการกำหนดในงบประมาณเงินค่าใช้สอยของแผนกสัสดีจังหวัด
นั้น ๆ ส่วนการให้ออกจากงาน นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งให้ออกจากงานได้
๑.๔ การย้ายหมุนเวียนนายทหารประทวนในสายงานสัสดี โดยปกติให้ย้าย หมุนเวียน
ในระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือน มีนาคม ของทุกปี ส่วนการเลื่อน ย้าย
ในทหารประทวนในสายงานสัสดีนั้น
ให้สั่งเลื่อน ย้าย ในระหว่างเดือน มิถุนายน ถึง เดือนกรกฎาคม ของทุกปีโดยถือหลักเกณฑ์และวิธีการตามแนวทางที่กองทัพบกกำหนด
ผู้มีอำนาจสั่งย้ายหมุนเวียน และเลื่อน ย้ายนายทหารประทวนในสายงานสัสดีได้แก่
๑.๔.๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด
มีอำนาจสั่งย้ายหมุนเวียนและเลื่อนย้ายได้ภายในเขตจังหวัดของตน
๑.๔.๒ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก มีอำนาจสั่งย้ายหมุนเวียนและเลื่อนย้ายได้ในเขตมณฑลทหารบกของตน
๑.๔.๓ แม่ทัพภาค
มีอำนาจสั่งย้ายหมุนเวียนและเลื่อนย้ายได้ภายในเขต พื้นที่กองทัพภาคของตน
หากมีความจำเป็นจะสั่งย้ายหมุนเวียนและเลื่อนย้ายนอกระยะเวลาดังกล่าวแล้ว
ก็ให้กระทำได้ตามความเหมาะสม
๑.๕ การให้นายทหารประทวนออกจากราชการนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องแจ้งไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบก ซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
เพื่อรายงานตามลำดับชั้นจนถึง
ผู้บัญชาการทหารบก
เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกมีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ
ได้
โดยจะให้มีเบี้ยหวัด หรือไม่ แล้วแต่กรณี
ส่วนการขอลาออกจากราชการและการออกจากราชการกรณีเกษียณอายุราชการนั้น
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
เพื่อรายงานตามลำดับชั้นให้ผู้บัญชาหารมณฑลทหารบกอนุมัติ
และออกคำสั่งต่อไป
๑.๖ การพิจารณาบำเหน็จประจำปีให้ปฏิบัติ ดังนี้
๑.๖.๑ สำหรับข้าราชการชั้นสัญญาบัตร
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอขอไปยัง
ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
ภายในระยะเวลาที่กองทัพบกกำหนด โดยมี
หลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณา
คือ
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความเรียบร้อย
และงานที่ได้ปฏิบัติไปแล้วนั้น เป็นผลดีแก่ทางราชการ มีความรู้ ความสามารถ
และความประพฤติเรียบร้อย การปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปในสภาพปกติ
ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียใด ๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ขอบำเหน็จ ๑ ชั้น
(๒) ผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ตามข้อ (๑) ครบบริบูรณ์แล้วแต่มีความดีความชอบดีเด่นเป็นพิเศษหรือปฏิบัติหน้าที่ราชการพิเศษซึ่งบังเกิดผลดีแก่ส่วนรวม
ให้อยู่ในเกณฑ์ขอบำเหน็จ ๒ ชั้น
(๓) ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อ (๑) หรือเป็นผู้ที่มีหนี้สินจนถึงกับถูกฟ้องร้องทำให้เสื่อมเสียเกียรติ
หรือเสพสุราแล้วเสียมารยาท หรือประมาทเลินเล่อ
จนเป็นเหตุทำให้เอกสารหลักฐานของทางราชการที่สำคัญสูญหาย
ให้อยู่ในเกณฑ์งดบำเหน็จ
(๔) ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องจนเกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือประพฤติเสียหายอย่างร้ายแรง
หรือถูกงดบำเหน็จเพราะบกพร้อง ๒ ปีติดต่อกัน ให้อยู่ในเกณฑ์ปลดออกจากราชการ
การเสนอขอตามข้อ (๒) และ (๔) ให้ชี้แจงรายละเอียดประกอบด้วย
๑.๖.๒
สำหรับข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรและลูกจ้างในตำแหน่งพนักงานการเงิน
พนักงานดูแลสถานที่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาและมีอำนาจสั่งเลื่อนได้โดยถือหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ
(๑) ถึง (๔)
การเลื่อนชั้นเงินเดือนต้องไม่เกินอัตราตำแหน่งที่ครองอยู่ในปัจจุบัน
เฉพาะในกรณีผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้เลื่อนบำเหน็จ
๒ ชั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอขอไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
เพื่อรายงานตามลำดับชั้นจนถึงผู้บัญชาการทหารบก เพื่อขอรับอนุมัติก่อน
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับอนุมัติแล้ว
จึงออกคำสั่งเลื่อนชั้นเงินเดือนได้โดให้เลื่อนในต้นปีงบประมาณ
ถ้าผู้ใดเลื่อนชั้นเงินเดือนเข้าขั้นชั้นยศสูงขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องขอเลื่อนยศ พร้อมด้วยรายละเอียดประกอบการแต่งตั้งยศ
และเลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวน ตามผนวก ก., ข., ค., หรือ ง.
แล้วแต่กรณี
จำนวน ๓ ชุด
เมื่อผู้มีอำนาจสั่งย้ายหมุนเวียน
เลื่อน ย้าย หรือเลื่อนชั้นเงินเดือนข้าราชการในสายงานสัสดีต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร
จะต้องส่งสำเนาคำสั่ง นั้น ๆ ตามลำดับชั้นจนถึงกองทัพบก (กรมการกำลังสำรองทหารบก) ทั้งนี้ ให้ส่งภายใน ๑๕ วัน
นับแต่วันออกคำสั่งเป็นต้นไป
๑.๗
การพิจารณาลงทัณฑ์ และการลงโทษข้าราชการ และลูกจ้างในสายงานสัสดีผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องดำเนินการ
ดังนี้
๑.๗.๑ สำหรับทหารประจำการ
จะต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร โดยเฉพาะการลงทัณฑ์ขัง
หรือจำขังนั้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องส่งตัวผู้รับทัณฑ์ไปขังหรือจำขังยังหน่วยทหารที่อยู่ใกล้
และให้ใช้เงินค่าใช้สอย ของแผนกสัสดีจังหวัด นั้น ๆ ในการนำตัวส่งและรับตัวกลับ
๑.๗.๒ สำหรับข้าราชการกลาโหมพลเรือน
จะต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกลาโหมพลเรือน
๑.๗.๓ สำหรับลูกจ้าง
จะต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยลูกจ้างประจำ
การลงทัณฑ์ หรือการลงโทษ
ถ้าเกินอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องแจ้งไปยัง
ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก ซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
เพื่อพิจารณาและดำเนินการต่อไป
เมื่อได้สั่งลงทัณฑ์
หรือลงโทษผู้ใดสถานใดแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอแล้วแต่กรณี
จะต้องส่งสำเนาคำสั่ง นั้น ๆ
ไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
ภายใน ๑๕
วัน นับแต่วันที่ได้สั่งการไปแล้วนั้น
๑.๘ การลา สำหรับราชการและลูกจ้างในสายงานสัสดีนั้น
จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ
กระทรวงกลาโหมว่าด้วยการลา
และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยลูกจ้างประจำแล้วแต่กรณี
หากเกินอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด
ให้แจ้งไปยังผู้บังคับการจังหวัดทหารบกซึ่งปกครองเขตพื้นที่จังหวัด
เพื่อพิจารณาและดำเนินการต่อไป
๑.๙ การอนุมัติให้ลาและการลงทัณฑ์ข้าราชการและลูกจ้างในสายงานสัสดี ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและตำแหน่งนายอำเภอ มีอำนาจปกครองเทียบเท่าตำแหน่งทางทหาร ดังนี้
๑.๙.๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจเทียบเท่าผู้บัญชาการกองพล
๑.๙.๒ นายอำเภอ
มีอำนาจเทียบเท่าผู้บังคับการกรม
ข้อ ๒ การเทียบตำแหน่งข้าราชการทหารกับข้าราชการพลเรือน เพื่อใช้กำหนดสิทธิประโยชน์ด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
ดังนี้
|
ลำดับ |
ยศทหาร |
ข้าราชการ
พลเรือนตำแหน่ง |
หมายเหตุ |
|
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ |
สิบตรี,จ่าตรี,จ่าอากาศตรี ถึงสิบเอก ,จ่าเอก,จ่าอากาศเอก และพล.ประจำการ(อาสาสมัคร) จ่าสิบตรี,พันจ่าตรี,พันจ่าอากาศตรี ถึงจ่าสิบเอก,พันจ่าเอก,พันจ่าอากาศเอก จ่าสิบเอก(พ),พันจ่าเอก(พ),พันจ่าอากาศเอก(พ), ถึง ร้อยตรี, เรือตรี, เรืออากาศตรี ร้อยโท, เรือโท, เรืออากาศโท ร้อยเอก, เรือเอก, เรือกอากาศเอก พันโท, นาวาโท, นาวาอากาศโท พันเอก, นาวาเอก. นาวาอากาศเอก พันเอก (พ) ,นาวาเอก (พ), นาวาอากาศเอก (พ) พลตรี, พลเรือตรี, พลอากาศตรี พลโท, พลเรือโท , พลอากาศโท ถึง พลเอก, พลเรือเอก , พลอากาศเอก จอมพล, จอมพลเรือ, จอมพลอากาศ หรือ พลเอก ,พลเรือ เอก, พลอากาศเอก ที่ครองอัตราจอมพล, จอมพลเรือ, จอมพลอากาศ |
ระดับ ๑ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ ระดับ ๕ ระดับ ๗ ระดับ ๘ ระดับ ๙ ระดับ ๑๐ ระดับ ๑๑ (ท.๑๑) ระดับ ๑๑ (ป.๑๑) |
|
ข้อ ๓ ระเบียบ กห.ว่าด้วยการแจ้งย้ายทะเบียนราษฎรสำหรับทหารกองประจำการ
พ.ศ.๒๕๑๓
๓.๑ เมื่อหน่วยทหารหน่วยใดได้รับทหารกองประจำการเข้าใหม่
ให้ผู้บังคับบัญชาของทหารหน่วยนั้นในฐานะเป็นเจ้าบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
จัดทำบัญชีรายชื่อทหารกองประจำการซึ่งต้องย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ในหน่วยทหาร
ส่งไปยังนายอำเภอท้องที่ตามทะเบียนบ้านครั้งหลังสุดก่อนที่ทหารกองประจำการนั้นเข้ามาประจำหน่วย
๓.๒ เมื่อผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารได้รับหลักฐานใบแจ้งการย้ายออก (ท.ร.๑๗) ของหน่วยทหารกองประจำการจากนายอำเภอท้องที่แล้ว
ให้นำหลักฐานไปแจ้งการย้ายเข้าหน่วยทหารนั้น ๆ
ต่อนายทะเบียนท้องถิ่น
ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับหลักฐานใบแจ้งย้ายออกจากนายอำเภอท้องที่
๓.๓
ในกรณีที่ได้รับแจ้งจากนายอำเภอท้องที่ว่าเป็นผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ที่อื่น
ให้ส่งบัญชีรายชื่อผู้นั้นให้นายอำเภอท้องที่ที่ผู้นั้นย้ายไปอยู่ใหม่
หากได้รับแจ้งว่า
ไม่มีชื่อทหาร
กองประจำการผู้นั้นในทะเบียนบ้าน
ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารรีบทำการตรวจสอบใหม่ เช่น
ดูจากหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและหลักฐานอื่น ๆ
แล้วส่งบัญชีรายชื่อผู้นั้นไปยังนายอำเภอท้องที่ตามที่ตรวจสอบได้
เมื่อได้รับหลักฐานใบแจ้งย้ายออกของผู้นั้นแล้ว ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ ข้อ ๓.๒
๓.๔
เมื่อทหารกองประจำการย้ายหน่วยซึ่งจะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่นให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารดำเนินการดังนี้
๓.๔.๑
ต้นสังกัดเดิมแจ้งการย้ายจากหน่วยทหารเดิมต่อนายทะเบียนท้องถิ่นแล้วส่งหลักฐานการย้ายออก
(ท.ร.๑๗)ของทหารผู้นั้นไปยังหน่วยทหารใหม่ ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับหลักฐานใบแจ้งย้ายออก
(ท.ร.๑๗)
๓.๔.๒ หน่วยต้นสังกัดใหม่
เมื่อได้รับหลักฐานการแจ้งย้ายออก (ท.ร.๑๗) ของทหารผู้นั้นแล้ว
ให้นำหลักฐานไปแจ้งการย้ายเข้าหน่วยทหารใหม่ต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับหลักฐานจากต้นสังกัดเดิม
๓.๕ เมื่อได้มีการปลดทหารออกจากกองประจำการ
ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร แจ้งการย้ายออกจากหน่วยทหารต่อนายทะเบียนท้องถิ่น
ก่อนที่ทหารผู้นั้นจะถูกปลดปล่อย แล้วจัดการมอบ
หลักฐานใบแจ้งย้ายออก (ท.ร.๑๗) ให้แก่ทหารในวันที่ถูกปลดปล่อยทุกคน เพื่อนำไปแจ้งย้ายเข้าตามทะเบียนบ้านที่ทหารผู้นั้นมีความประสงค์
๓.๖ ตัวอย่างบัญชี ฯ
บัญชีรายชื่อทหารกองประจำการ อำเภอ ..จังหวัด ..
ซึ่งต้องย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ในหน่วยทหาร
บ้านเลขที่
หมู่ที่
..ถนน
..
ตรอก
..ซอย
.ตำบล
อำเภอ
.จังหวัด
|
ลำดับ |
ยศ ชื่อตัว ชื่อสกุล |
เกิด วัน เดือนพ.ศ. |
ชื่อ |
ทะเบียนบ้านครั้งหลังสุด ก่อนเข้ามารับราชการทหาร |
หมายเหตุ |
|||
|
บิดา |
มารดา |
บ้านเลขที่หมู่ |
ถนน ตรอกซอย |
ตำบล |
||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ข้อ ๔ บัญชีแบบพิมพ์ต่าง
ๆ ที่ใช้ในสายงานสัสดี
|
ลำดับ |
หมายเลขแบบพิมพ์ |
ชื่อแบบพิมพ์ |
หน่วยจัดหา |
|
|
ทบ. |
สด. |
|||
|
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๖ |
- - ทบ.๑๐๑๐๖๕ ทบ.๑๐๑๐๖๒ ทบ.๑๐๑๐๖๓ ทบ.๑๐๑๐๖๖ ทบ.๑๐๑๐๖๗ ทบ.๑๐๑๐๖๘ ทบ.๑๐๑๐๖๙ - ทบ.๑๐๑๐๗๑ ทบ.๑๐๑๐๗๒ ทบ.๑๐๑๐๗๓ ทบ.๑๐๑๐๗๔ ทบ.๑๐๑๐๗๕ ทบ.๑๐๑๐๗๖ ทบ.๑๐๑๐๗๗ ทบ.๑๐๑๐๗๘ ทบ.๑๐๑๐๗๙ ทบ.๑๐๑๐๘๐ ทบ.๑๐๑๐๘๑ ทบ.๑๐๑๐๘๒ ทบ.๑๐๑๐๘๓ ทบ.๑๐๑๐๘๔ ทบ.๑๐๑๐๘๕ ทบ.๑๐๑๐๘๖ |
(แบบ สด.๑) (แบบ สด.๒) (แบบ สด.๓) (แบบ สด.๔) (แบบ สด.๕) (แบบ สด.๖) (แบบ สด.๗) (แบบ สด.๘) (แบบ สด.๙) (แบบสด.๑๐) (แบบ สด.๑๒) (แบบ สด.๑๔) (แบบ สด.๑๔) (แบบ สด.๑๖) (แบบ สด.๑๗) (แบบ สด.๑๘) (แบบ สด.๑๙) (แบบ สด.๒๐) (แบบ สด.๒๑) (แบบ สด.๒๑) (แบบ สด.๒๓) (แบบ สด.๒๔) (แบบ สด.๒๕) (แบบ สด.๒๖) (แบบ สด.๒๗) (แบบ สด.๒๘) |
บัญชีทหารกองเกิน บัญชีรายชื่อคนที่ลงบัญชีทหารกองเกิน ทะเบียนกองประจำการ ใบสำคัญสำหรับคนจำพวกที่ ๓ | |