นี่เป็นตัวอย่างข้อสอบเก่าของสายงานสัสดีนะครับที่ผมรวบรวมไว้ สำหรับท่านที่ต้องการทดสอบความรู้ก่อนจะเข้าสอบจริง หวังว่าข้อสอบชุดนี้จะช่วยท่านสอบได้ไม่มากก็น้อย ลองดูครับ ถ้าข้อไหนเฉลยผิดก็ทักท้วงด้วยนะครับจะได้แก้ไขต่อไป ขอให้ทุกท่านจงโชคดีครับ

ข้อสอบสายงานสัสดี ชุดที่ ๑

ตัวเลือก = ข้อ 1  ข้อ 2  ข้อ 3  ข้อ 4

๑. ข้อใดไม่ถูกต้อง
"ทหารกองเกิน" หมายความว่า ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์และยังไม่ถึงสามสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ หรือผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๘ แล้ว
"ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑" หมายความว่า ทหารที่ปลดจากกองประจำการ โดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกิน ซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามพระราชบัญญัตินี้
"ทหารกองหนุนประเภทที่ ๒" หมายความว่า ทหารที่ปลดจากกองเกินตามมาตรา ๔๐ หรือปลดจากกองประจำการตามมาตรา ๔๑
"พ้นราชการทหารประเภทที่ ๒" หมายความว่า ทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ ที่มีอายุสี่สิบหกปีบริบูรณ์แล้ว หรือทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ ซึ่งพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคอันไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ในระหว่างรับราชการทหารตามพระราชบัญญัตินี้ หรือนายทหารสัญญาบัตรที่ถูกปลดโดยถูกถอดหรือออกจากยศ


๒.วิธีนับอายุตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ มีกี่วิธีอะไรบ้าง
มี ๒ วิธี คือนับอายุบริบูรณ์และนับอายุย่าง
มี ๓ วิธี คือนับอายุบริบูรณ์ อายุย่าง อายุเป็นชั้นปี
มี ๓ วิธี คือนับอายุบริบูรณ์ อายุย่าง และการนับอายุบุคคลที่ไม่ปรากฎปีเกิด
มี ๔ วิธี คือนับอายุบริบูรณ์ อายุย่าง อายุเป็นชั้นปี และการนับอายุบุคคลที่ไม่ปรากฎปีเกิด

๓. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนับอายุ ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร
วิธีนับอายุย่าง คือ นับตั้งแต่บุคคลเกิดมาก็มีอายุย่างเข้าหนึ่งปี ครั้นเมื่อพุทธศักราชที่เกิดบุคคลนั้นจะอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์ และในขณะเดียวกันก็จะมีอายุย่างเข้าสองปีด้วย
วิธีนับอายุครบบริบูรณ์ คือ คนเกิดในพุทธศักราชใดก็ตามเมื่อสิ้นพุทธศักราชที่เกิดนั้น ให้นับอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์ และนับอายุครบ ๒, ๓, ๔ ปีบริบูรณ์เรียงตามลำดับเมื่อสิ้นพุทธศักราชต่อ ๆ ไป
วิธีนับอายุเป็นชั้นปี คือ บุคคลใดมีอายุครบ ๑๘ ปี บริบูรณ์ในปีใด เรียกว่าเป็นคนชั้นปีนั้น เช่น เกิดใน พ.ศ.๒๕๒๘ จะมีอายุครบ ๑๘ ปีบริบูรณ์ใน พ.ศ.๒๕๔๖ เรียกว่าคนชั้นปี ๒๕๔๖
บุคคลที่ไม่ปรากฏปีเกิดให้นายอำเภอท้องที่เป็นผู้กำหนด โดยถือหลักเกณฑ์สอบถามจากบิดามารดาหรือกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือญาติพี่น้องหรือสังเกตสิ่งปลูกสร้าง เช่น อนุสาวรีย์ หรือวัด ประกอบกับการสังเกตร่างกายเป็นเกณฑ์

๔. บุคคลสัญชาติไทย จะต้องเข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ข้อใดไม่ใช่
เกิดโดยบิดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย
เกิดนอกราชอาณาจักรไทย โดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยและไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือบิดาไม่ปรากฏสัญชาติ
เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ถ้าขณะที่เกิดบิดามารดาเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนทางทูตหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางทูต หัวหน้าคณะผู้แทนทางกงสุล หรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางกงสุล
ผู้ที่ได้แปลงสัญชาติเป็นไทยตามกฎหมาย

๕. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการลงบัญชีทหารกองเกิน
ก่อนที่จะมีการประกาศเรียกให้บุคคลไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินใหม่ตามมาตรา ๑๙ ให้สัสดีอำเภอคัดลายชื่อบุคคลดังกล่าวจากบัญชีรายชื่อทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ (แบบ สด. ๒๗)
สอบสวนสัญชาติโดยอาศัยการพิจารณาหลักฐานจากสูติบัตรทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน พยานบุคคล หลักฐานการแปลงสัญชาติหรือได้สัญชาติตามพระราชบัญญัติสัญชาติ เอกสารการสมรส และกรณีแวดล้อมอื่น ๆ ที่ควรเรียกประกอบการพิจารณา หากมีกรณีควรสงสัยให้เสนอขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย (ผ่านกรมตำรวจ) ก่อน
สอบสวนว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างกองตรวจคนเข้าเมืองวินิจฉัยในเรื่องเข้าเมืองอยู่หรือไม่ หากเป็นคนที่กองตรวจคนเข้าเมืองกำลังวินิจฉัยให้ระงับการลงบัญชีทหารกองเกินไว้ก่อน
ตรวจสอบคัดรายชื่อชายที่มีสัญชาติไทยซึ่งอยู่ในกำหนดลงบัญชีทหารกองเกินจากทะเบียนบ้านซึ่งมีอยู่ ณ ที่อำเภอหรือกิ่งอำเภอนั้น ๆ ส่วนในเขตเทศบาลให้ขอความร่วมมือคัดรายชื่อจากนายกเทศมนตรี เพื่อให้ทราบว่ามีชายที่มีสัญชาติไทยผู้ใดบ้างที่อายุอยู่ในกำหนดจะต้องมาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกินในปีนี้

๖. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
สำหรับผู้ที่มาลงบัญชีทหารกองเกินใหม่ ต้องเรียกใบสำคัญ (แบบ สด.๙) หรือใบรับ (แบบ สด. ๑๐) เดิมมาทำลายเสีย หากเรียกคืนไม่ได้เพราะเหตุใดให้บันทึกปากคำแนบไว้กับใบแสดงขอลงบัญชีทหารกองเกินเป็นหลักฐาน แล้วออกใบสำคัญ (แบบ สด. ๙) หรือใบรับ (แบบ สด.๑๐) ให้ใหม่ ส่วนใบสำคัญหรือใบรับ ซึ่งได้ออกให้แต่เดิมที่เรียกคืนไม่ได้นั้น ให้ดำเนินการประกาศยกเลิกเสีย
เมื่อมีผู้ร้องขอรับใบสำคัญแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย ให้สัสดีอำเภอจัดการตรวจสอบบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๑) เมื่อเป็นการถูกต้องโดยไม่มีการจำหน่ายอย่างใดแล้ว ให้สอบสวนว่าสูญหายไปอย่างใด เมื่อใด ถ้าสูญหายให้มีใบนับแจ้งความประกอบด้วย และผู้ร้องขอไม่มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด เมื่อถูกต้องและถ้าต้องเสียค่าธรรมเนียมก็ให้เจ้าตัวไปเสียค่าธรรมเนียมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วจึงออกใบสำคัญแทนให้ ถ้าการแจ้งขอรับใบสำคัญแทนเกินกว่า ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่สามารถที่จะแจ้งได้แล้ว ก็ให้ส่งตัวผู้นั้นไปดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับเสียก่อน
ใบสำคัญแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย ให้ตั้งไว้เป็นอีกเล่มหนึ่งต่างหากไม่ตัดปี และให้เขียนตามรายการในบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด. ๑)
ในเดือนกันยายนทุกปี ให้สัสดีอำเภอดำเนินการจัดทำประกาศเสนอนายอำเภอ เพื่อประกาศให้ผู้ที่มีอายุถึงกำหนดที่จะต้องลงบัญชีทหารกองเกิน ไปลงบัญชีทหารกองเกินภายในพุทธศักราชนั้น

๗. ผู้ที่ไม่ต้องมาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอตามมาตรา ๒๑ คือ
พระภิกษุ สามเณร
ผู้ที่อยู่ในระหว่างควบคุมหรือคุมขังของพนักงาน
คนพิการทุพพลภาพ
ถูกทุกข้อ

๘. การเก็บบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๑) ข้อใดถูกต้อง
ทหารกองเกิน ให้แยกแฟ้มเป็นชั้นปี ในชั้นปีหนึ่งให้เรียงเป็นตำบล ในตำบลหนึ่ง ๆ เรียงตามลำดับหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านเรียงตามลำดับเลขที่บ้าน
เมื่อครบกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ ให้บันทึกปลดหลังบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๑) จนเป็นพ้นราชการทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ และให้แยกไปเก็บตามชั้นกองหนุนแยกแฟ้มเป็นชั้นปีเช่นเดียวกับทหารกองเกิน
ผู้ที่ถูกเข้ากองประจำการ ให้ถอนบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๑) ไปเก็บแยกแฟ้มเป็นแผนกทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศหรือตำรวจ โดยไม่ต้องแยกตำบลในแผนกหนึ่ง ๆ ให้แยก พ.ศ. ที่เข้ากองประจำหาร ใน พ.ศ. หนึ่ง ๆ ให้เรียงตามลำดับเลขเครื่องหมาย
ทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ชั้นที่ ๑ ไม่ต้องแยกแฟ้มเป็นตำบลให้เก็บรวมกันแต่เรียงลำดับวัน เดือน พ.ศ. ที่ปลด เมื่อครบปลดย้ายประเภทให้ถอนบัญชีไปเก็บแยกไว้ตามประเภทและชั้นปีที่ปลด

๙. การส่งบัญชีรายชื่อคนที่ลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด. ๒) ต่อจังหวัด ข้อใดไม่ถูกต้อง
สำหรับผู้ที่ได้รับลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ ให้ส่งภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป
สำหรับผู้ที่รับลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๘ ให้ส่งภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่รับลงบัญชีทหารกองเกิน
สำหรับผู้ที่รับลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๙ ให้ส่งภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่รับลงบัญชีทหารกองเกิน
สำหรับผู้ที่รับลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๙ ให้ส่งภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดวันประกาศของนายอำเภอ

๑๐. การคัดบัญชี ข้อใดผิด
บัญชีรายชื่อคนที่ลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด. ๒) คัดมาจาก บัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๑)
บัญชีรายชื่อคนที่ลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด. ๒) คัดมาจาก บัญชีทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ (แบบ สด. ๒๗)
บัญชีทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ (แบบ สด. ๒๗) คัดมาจาก บัญชีรายชื่อคนที่ลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด. ๒)
บัญชีเรียกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ (แบบ สด. ๑๖) คัดมาจาก บัญชีทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ (แบบ สด. ๒๗)

๑๑. นายยิ่งยง   ยอดญาติไทย  เกิด พ.ศ.๒๕๒๘ จะมีอายครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ใน พ.ศ.๒๕๔๘ อยากทราบว่าเขาอยู่ในคนชั้นปีใด
ชั้นปี ๒๕๔๕
ชั้นปี ๒๕๔๖
ชั้นปี ๒๕๔๗
ชั้นปี ๒๕๔๘

๑๒. บุคคลดังต่อไปนี้ เมื่อลงบัญชีทหารกองเกินแล้วไม่เรียกมาตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการในยามปกติ คือ
บุคคลซึ่งได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกครั้งเดียวตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไป หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหลายครั้งรวมกันตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไป
บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรที่กระทรวงกลาโหมกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
นักเรียนและนักศึกษาของศูนย์กลางอบรมการศึกษาผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ
พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือที่เป็นเปรียญ สามเณร และนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีน หรือญวน ซึ่งเป็นนักธรรมตามที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง

๑๓. บุคคลที่ไม่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร คือ
คนพิการทุพพลภาพ ซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้
พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือที่เป็นเปรียญ
บุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะบางท้องที่ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระภิกษุ สามเณร และนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีน หรือญวน

๑๔. "ทหารกองเกิน"หมายความว่าอย่างไร
ทหารกองเกิน หมายถึง ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว
ทหารกองเกิน หมายถึง ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๒๐ ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว
ทหารกองเกิน หมายถึง ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๒๑ ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว
ทหารกองเกิน หมายถึง ผู้ซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๒๓ ปีบริบูรณ์ และยังไม่ถึง ๓๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินแล้ว

๑๕. บุคคลดังต่อไปนี้ไม่ต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอ ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ คือ
พระภิกษุ สามเณร
ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างควบคุมหรือคุมขังของเจ้าพนักงาน
คนพิการทุพพลภาพ
บุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะบางท้องที่ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

๑๖. บุคคลตามมาตราใด ที่ให้ยกเว้นไม่ต้องลงบัญชีทหารกองเกิน
บุคคลตามมาตรา ๑๓(๑) และ (๒)
บุคคลตามมาตรา ๑๓(๑) และ (๓)
บุคคลตามมาตรา ๑๓(๒) และ (๓)
บุคคลตามมาตรา ๑๓(๓)

๑๗. ข้อใดถูกต้อง
มาตรา ๒๒ การที่จะเรียกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการเมื่อใด อายุใดบ้างและกี่ครั้งนั้น ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๓ บุคคลที่อยู่ในกำหนดออกหมายเรียกมาตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการนั้นคือ ผู้ที่เป็นทหารกองเกิน
มาตรา ๒๔ การเรียกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการนั้น ให้นายอำเภอออกหมายเรียกทหารกองเกินซึ่งลงบัญชีทหารกองเกินไว้ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ มาตรวจเลือก ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
ถูกทุกข้อ

๑๘. นักบวชศาสนาอื่นซึ่งมีหน้าที่ประจำในกิจของศาสนา ซึ่งให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ แต่ไม่เรียกเข้ากองประจำการในยามปกติตามมาตรา ๑๔ (๒) ข้อใดไม่ถูกต้อง
สำหรับศาสนาอิสลาม ๑.โต๊ะอิหม่ำ หนึ่งคน ๒.โต๊ะบิลา หนึ่งคน ๓.โต๊ะกาเตบ หนึ่งคน
สำหรับศาสนาคริสตัง ๑. เจ้าอธิการวัด หนึ่งคน ๒. ผู้ช่วยเจ้าอธิการวัด สามคน แล้วแต่เจ้าอธิการวัดจะเห็นสมควรขอใบสำคัญให้แก่ผู้ใด
สำหรับศาสนาโรมันคาทอลิค ๑. เจ้าอธิการวัด หนึ่งคน ๒. ผู้ช่วยเจ้าอธิการวัด สามคน แล้วแต่เจ้าอธิการวัดจะเห็นสมควรขอใบสำคัญให้แก่ผู้ใด
สำหรับศาสนาโปรเตสเตนท์ ผู้มีความรู้ความสามารถสอนศาสนาได้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หรือผู้ช่วยหัวหน้าในสำนักสอนศาสนาสำนักใหญ่แห่งละสองคน แล้วแต่ผู้เป็นหัวหน้าจะขอใบสำคัญให้แก่ผู้ใด

๑๙. โรคซึ่งไม่สามารถจะเข้ารับราชการทหารได้ตามมาตรา ๔๑ ข้อใดไม่ใช่
ต้อหิน (Glaucoma),  ต้อกระจก,  แก้วตาขุ่นทั้งสองข้าง (Bilateral Cataact)
เบาหวาน, โรคเรื้อน, โรคเท้าช้าง
โรคอ้วนพี (Obesity) ซึ่งมีน้ำหนักตั้งแต่ ๙๐ กิโลกรัมขึ้นไป, วัณโรคปอด, แก้วหูทะลุทั้งสองข้าง
กะเทย (Hermaphrodism),  หืดหลอดลม (Bronchial Asthma), มะเร็ง (Malignant Tumour)

๒๐. การผ่อนผันตามมาตรา ๒๙ (๓) ข้อใดไม่ถูกต้อง
ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาที่ไม่สูงกว่าชั้นปริญญาโทผ่อนผันให้จนถึงอายุครบยี่สิบหกปีบริบูรณ์
นิสิตหรือนักศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ผ่อนผันให้ในระหว่างที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลหรือสถาบันทางแพทย์เพื่อขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาติเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรมผ่อนผันให้จนถึงอายุครบยี่สิบหกปีบริบูรณ์
ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อรับประกาศนียบัตรหรือปริญญาตรี หรือวิทยฐานะซึ่งทางราชการรับรองว่าเทียบได้ไม่สูงกว่าชั้นปริญญาตรีและผ่อนผันให้จนถึงอายุครบยี่สิบหกปีบริบูรณ์
นักเรียนโรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดหรือในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยโดยให้ได้รับการผ่อนผันจนสำเร็จระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งนี้ไม่เกินอายุยี่สิบสองปีบริบูรณ์

๒๑. ครูซึ่งจะได้รับการยกเว้นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ข้อใดถูกต้องที่สุด
เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบคนเป็นปกติและในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบคนนี้ยกเว้นครูได้คนเดียว หรือเป็นครูสอนประจำเฉพาะวิชาซึ่งทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบคนเป็นปกติ และในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบคนนี้ก็ยกเว้นครูได้คนเดียว
เป็นครูประจำทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าคนเป็นปกติและในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าคนนี้ยกเว้นครูได้คนเดียว หรือเป็นครูสอนประจำเฉพาะวิชาซึ่งทำการสอนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าคนเป็นปกติ และในจำนวนนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาไม่น้อยกว่าสิบห้าคนนี้ก็ยกเว้นครูได้คนเดียว
มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่าสิบชั่วโมงสำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาลงมา หรือไม่น้อยกว่าสิบห้าชั่วโมงสำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา
มีเวลาสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่าสิบแปดชั่วโมงสำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาลงมา หรือไม่น้อยกว่าสิบชั่วโมงสำหรับครูซึ่งประจำทำการสอนในสถานศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา

๒๒. จังหวัดใดต่อไปนี้ไม่มีบุคคลซึ่งไม่มีคุณวุฒิที่จะเป็นทหารได้เฉพาะบางท้องที่ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ตามกฎกระทรวง ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดตรัง
จังหวัดยะลา

๒๓. การเรียกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการในปีใดนั้น ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ต้องการคนแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ข้อใดไม่ถูกต้อง
สำหรับทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการมณฑลหรือผู้บังคับการจังหวัดทหารบกแล้วแต่กรณี
สำหรับตำรวจจังหวัดอื่น ๆ นอกจากจังหวัดพระนครและธนบุรี ให้เป็นหน้าที่ผู้กำกับการหรือผู้บังคับกองตำรวจจังหวัดนั้น
จังหวัดพระนครและธนบุรี ให้เป็นหน้าที่อธิบดีกรมตำรวจ
จังหวัดพระนครและธนบุรี ให้เป็นหน้าที่ผู้กำกับการหรือผู้บังคับกองตำรวจจังหวัดนั้น

๒๔. การเรียกคนเข้ากองประจำการนี้ต้องบอกให้ชัดว่าจะต้องการคนเท่าใด กำหนดรับคนเสร็จเมื่อใด ถ้าไม่มีเหตุการณ์จำเป็นแล้วให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดล่วงหน้า.....
ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน
ไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน
ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน
ไม่น้อยกว่า ๖ เดือน

๒๕. ผู้มีอำนาจกำหนดให้ทำการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม คือ
นายกรัฐมนตรี
กระทรวงกลาโหม
กองทัพบก
แม่ทัพภาค

๒๖. การระดมพลให้กระทำโดย....
พระราชกฤษฎีกา
พระราชกำหนด
พระราชบัญญัติ
ประกาศกระทรวงกลาโหม

๒๗. การปลดทหารกองประจำการเป็นทหารกองหนุนชั้นที่ ๑ นั้น ถ้า..............เห็นว่ามีเหตุจำเป็นจะเลื่อนกำหนดเวลาปลดไป ก็ให้สั่งเลื่อนไปได้ ตามความจำเป็น
กองทัพบก
กระทรวงกลาโหม
แม่ทัพภาค
ผู้บัญชาการทหารบก

๒๘. ทหารกองเกินเมื่อมีอายุครบกำหนดปลดแล้ว ให้ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ ข้อใดไม่ถูกต้อง
อายุสามสิบปีบริบูรณ์ เป็น ทหารกองหนุนชั้นที่ ๒
อายุสี่สิบปีบริบูรณ์ เป็น ทหารกองหนุนชั้นที่ ๓
อายุสี่สิบหกปีบริบูรณ์ เป็น พ้นราชการทหารกองหนุนประเภทที่ ๒
อายุสี่สิบหกปีบริบูรณ์ เป็น พ้นราชการทหารประเภทที่ ๒

๒๙. ข้อใดถูกต้องที่สุด
มาตรา ๔๐ ทหารกองประจำการ ถ้าต้องจำขังหรือจำคุกครั้งเดียว หรือหลายครั้ง เมื่อมีกำหนดวันที่จะต้องทัณฑ์ หรือต้องโทษรวมได้ไม่น้อยกว่าสิบปีก็ดี หรือทหารกองประจำการผู้ใดซึ่งกระทรวงกลาโหม เห็นว่าจะกระทำให้เสื่อมเสียแก่ราชการทหารด้วยประการใด ๆ ก็ดี จะปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๒ ก็ได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัดออกใบสำคัญให้แก่ทหารที่ถูกปลดนี้ไว้เป็นหลักฐานใบสำคัญนี้ หากชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อรับใหม่โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งบาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
มาตรา ๔๑ ทหารกองประจำการ ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุน ซึ่งยังไม่ครบกำหนดปลดพ้นราชการทหาร ถ้าพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ก็ให้ปลดพ้นราชการทหารประเภทที่ ๑ หรือที่ ๒ แล้วแต่กรณีถ้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรถูกถอดหรือออกจากยศ ก็ให้ปลดเป็นพ้นราชการทหารประเภทที่ ๒ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัดออกหนังสือสำคัญ หรือใบสำคัญให้แก่ทหารตามประเภทที่ถูกปลดไว้เป็นหลักฐาน
มาตรา ๔๐ ทหารกองประจำการ ถ้าต้องจำขังหรือจำคุกครั้งเดียว หรือหลายครั้ง เมื่อมีกำหนดวันที่จะต้องทัณฑ์ หรือต้องโทษรวมได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก็ดี หรือทหารกองประจำการผู้ใดซึ่งกระทรวงกลาโหม เห็นว่าจะกระทำให้เสื่อมเสียแก่ราชการทหารด้วยประการใด ๆ ก็ดี จะปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ก็ได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัดออกใบสำคัญให้แก่ทหารที่ถูกปลดนี้ไว้เป็นหลักฐานใบสำคัญนี้ หากชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อรับใหม่โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละหนึ่งบาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูญหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
มาตรา ๔๑ ทหารกองประจำการ ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุน ซึ่งยังไม่ครบกำหนดปลดพ้นราชการทหาร ถ้าพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ก็ให้ปลดพ้นราชการทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือที่ ๒ แล้วแต่กรณีถ้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรถูกถอดหรือออกจากยศ ก็ให้ปลดเป็นพ้นราชการทหารประเภทที่ ๒ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัดออกหนังสือสำคัญ หรือใบสำคัญให้แก่ทหารตามประเภทที่ถูกปลดไว้เป็นหลักฐาน

๓๐. หนังสือซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ไว้แก่บุคคลใด ถ้าชำรุดหรือสูญหายแล้ว บุคคลนั้น ไม่แจ้งด้วยตนเองต่อนายอำเภอท้องที่ เพื่อรับใหม่ตามความในมาตรา ๙ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๔๐ ภายในกำหนด.........นับตั้งแต่วันที่สามารถแจ้งได้ มีความผิดต้องระวางโทษ...........
หนึ่งเดือน ปรับไม่เกินสิบสองบาท
สามสิบวัน ปรับไม่เกินสิบสองบาท
หนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท
สามสิบวัน ปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท

๓๑. ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม หรือในการระดมพลตามมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษ......
จำคุกตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปจนถึงสี่ปี
จำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสี่ปี
จำคุกไม่เกินสามเดือน
จำคุกไม่เกินสามปี

๓๒. บุคคลใดทำร้ายร่างกายตนเอง หรือให้ผู้อื่นทำ เพื่อจะให้พ้นจากการรับราชการทหารตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปจนถึงแปดปีผู้สมรู้เป็นใจในการทำร้ายร่างกาย เพื่อความมุ่งหมายดั่งกล่าวนี้ มีความผิดต้องระวางโทษ........
จำคุกตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปจนถึงสี่ปี
จำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสี่ปี
จำคุกไม่เกินสามเดือน
จำคุกไม่เกินสามปี

๓๓. ในเดือน.........ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งบัญชีจำนวนทหารกองเกิน ที่จะเรียกเข้ารับราชการกองประจำการประจำปีให้ผู้บัญชาการมณฑล หรือผู้บังคับการจังหวัดทหารบกทราบ เพื่อจะได้เฉลี่ยคนในจังหวัดต่าง ๆ ให้เหมาะกับส่วนจำนวนคน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม

๓๔. การส่งบัญชีรายชื่อคนที่ลงบัญชีทหารกองเกิน (แบบ สด.๒) ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ข้อใดถูกต้อง
บุคคลที่รับลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรา ๑๖ ให้ส่งบัญชีรายชื่อ ภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป
บุคคลที่รับลงบัญชีทหารกองเกิน ตามมาตรา ๑๘ ให้ส่งบัญชีรายชื่อภายในกำหนดสามสิบวัน นับตั้งแต่วันรับลงบัญชีทหารกองเกิน
บุคคลที่รับลงบัญชีตามมาตรา ๑๙ ให้ส่งบัญชีรายชื่อภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สุดสิ้นกำหนดวันประกาศของนายอำเภอ
ถูกทุกข้อ

๓๕. การขอเรียก ถ้าจำนวนคนที่ขอเรียกไว้นั้นจำเป็นจะต้องเพิ่มขึ้น หรือลดลงให้ผู้ขอเรียกชี้แจงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทราบล่วงหน้า.....
ภายในสามสิบวัน
ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ภายในหนึ่งเดือน
ไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

๓๖. อักษรย่อใดไม่ถูกต้อง
ทหารบก เขียนว่า ทบ.
เพชรบูรณ์ เขียนว่า พ.ช.
สมุทรสงคราม เขียนว่า ส.ส.
หนองบัวลำภู เขียนว่า น.ภ.

๓๗. พระภิกษุที่ถูกเข้ากองประจำการ ถ้ารูปใดขอผ่อนผัน ยังไม่ลาสิกขาในวันตรวจเลือก ให้.........ผ่อนผันให้ไปลาสิกขาได้ไม่เกิน ๑๐ วัน นับจากวันตรวจเลือกวันสุดท้ายของจังหวัดนั้น
นายอำเภอ
ผู้ว่าราชการจังหวัด
ประธานกรรมการตรวจเลือก
คณะกรรมการตรวจเลือก

๓๘. คณะกรรมการชั้นสูงตามมาตรา ๓๑ ถ้าเป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยโรคหรือความพิการ ต้องให้แพทย์แผนปัจจุบันชั้น ๑ ไม่น้อยกว่า.....
สองนาย เป็นกรรมการตรวจเลือก ๑ นาย
สองนาย ที่มิใช่เป็นกรรมการตรวจเลือก
สามนาย เป็นกรรมการตรวจเลือก ๑ นาย
สามนาย ที่มิใช่เป็นกรรมการตรวจเลือก

๓๙. การยื่นหางว่าวนำปลด ให้ผู้ยื่นส่งถึงสัสดีจังหวัดก่อนวันครบกำหนด ปลดเป็นทหารกองหนุน.....
ภายในสามสิบวัน
ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ภายในหกสิบวัน
ไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

๔๐. เรื่องการปลด ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด
การคำนวณวันรับราชการกองประจำการนั้น ไม่นับวันป่วย วันลา ตามข้อบังคับทหารว่าด้วยการลา วันถูกควบคุมหรือต้องโทษเข้ารวมด้วย
ผู้ที่ครบกำหนดปลดในระหว่างที่ถูกควบคุมหรือต้องโทษอยู่ให้รอจนพ้นโทษก่อนจึงนำปลด เมื่อพ้นโทษแล้วจึงปล่อยตัวไป
การปลดทหารกองประจำการ ถ้าปรากฏว่าพิการทุพพลภาพหรือมีโรค ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องให้แพทย์แผนปัจจุบัน ชั้น ๑ เป็นกรรมการอย่างน้อยสามนาย ในจำนวนนี้ต้องเป็นแพทย์ในหน่วยทหารอย่างน้อยหนึ่งนายจัดการตรวจ
การปลดทหารกองประจำการตามมาตรา ๔๐ นั้น ถ้าอายุยังไม่ครบสามสิบปีบริบูรณ์ ให้ปลดเป็นกองหนุนชั้นที่ ๑ ประเภทที่ ๑ จนกว่าอายุจะครบสามสิบปีบริบูรณ์ ถ้าอายุครบสามสิบปีบริบูรณ์แล้วให้ปลดเป็นกองหนุนชั้นที่เหมาะกับอายุเช่นเดียวกับการปลดทหารกองเกิน

๔๑. ผู้ออกใบสำคัญ (แบบ สด.๙) ให้กับ ทหารกองประจำการ ถ้าต้องจำขังหรือจำคุกครั้งเดียว หรือหลายครั้ง ตามมาตรา ๔๐ นั้นคือ....
นายอำเภอพร้อมด้วยสัสดีอำเภอ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัด ไม่ต้องแก้ตำแหน่งนายอำเภอ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัด แต่ต้องแก้ตำแหน่งนายอำเภอ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
สัสดีจังหวัดปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด

๔๒. มาตรา ๔๑ ไม่ได้กล่าวถึงในข้อใด
นายทหารสัญญาบัตรถูกถอดหรือออกจากยศ ก็ให้ปลดเป็นพ้นราชการทหารประเภทที่ ๒
ทหารกองประจำการ ถ้าต้องจำขังหรือจำคุกครั้งเดียวตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ก็ให้ปลดพ้นราชการทหารประเภทที่ ๑ หรือ ๒ แล้วแต่กรณี
ทหารกองประจำการ ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุน ซึ่งยังไม่ครบกำหนดปลดพ้นราชการทหาร ถ้าพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ก็ให้ปลดพ้นราชการทหารประเภทที่ ๑ หรือที่ ๒ แล้วแต่กรณี
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัดออกหนังสือสำคัญ หรือใบสำคัญให้แก่ทหารตามประเภทที่ถูกปลดไว้เป็นหลักฐาน

๔๓. หมวด ๗ ว่าด้วยเรื่องใด ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร
การตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ
การปลด
บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล

๔๔. ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเลือกและคณะกรรมการชั้นสูง คือ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ผู้บัญชาการทหารบก
แม่ทัพภาค

๔๕. คณะกรรมการตรวจเลือกประกอบด้วย
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศพันโทหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศ หรือเทียบเท่าไม่สูงกว่าประธานกรรมการไม่เกินสองคน สัสดีจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่งคน ซึ่งมิได้ประจำอยู่ในท้องที่จังหวัดที่ตรวจเลือกนั้นและนายทหารสัญญาบัตรซึ่งเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้น ๑ สาขาเวชกรรม
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศพันโทหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศ หรือเทียบเท่าไม่สูงกว่าประธานกรรมการไม่เกินหนึ่งคน สัสดีจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่งคน ซึ่งมิได้ประจำอยู่ในท้องที่จังหวัดที่ตรวจเลือกนั้นและนายทหารสัญญาบัตรซึ่งเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้น ๑ สาขาเวชกรรม
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศไม่ต่ำกว่าพันโทหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศ หรือเทียบเท่าไม่สูงกว่าประธานกรรมการไม่เกินสองคน สัสดีจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่งคน ซึ่งมิได้ประจำอยู่ในท้องที่จังหวัดที่ตรวจเลือกนั้นและนายทหารสัญญาบัตรซึ่งเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้น ๑ สาขาเวชกรรม
นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศไม่ต่ำกว่าพันโทหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ นายทหารสัญญาบัตรซึ่งมียศ หรือเทียบเท่าไม่สูงกว่าประธานกรรมการไม่เกินหนึ่งคน สัสดีจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่งคน ซึ่งมิได้ประจำอยู่ในท้องที่จังหวัดที่ตรวจเลือกนั้นและนายทหารสัญญาบัตรซึ่งเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้น ๑ สาขาเวชกรรม

๔๖. คณะกรรมการชั้นสูงขึ้นประกอบด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ เจ้าหน้าที่สัสดีซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าสัสดีจังหวัดหนึ่งคน และข้าราชการอื่นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าแผนก หรือเทียบเท่าอีกหนึ่งคน
ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ เจ้าหน้าที่สัสดีซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าสัสดีกองทัพภาคหนึ่งคน และข้าราชการอื่นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าแผนก หรือเทียบเท่าอีกหนึ่งคน
ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ เจ้าหน้าที่สัสดีซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าสัสดีกองทัพภาคหนึ่งคน และข้าราชการอื่นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าแผนก หรือเทียบเท่าอีกหนึ่งคน
ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่งคน เป็นประธานกรรมการ เจ้าหน้าที่สัสดีซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าสัสดีจังหวัดหนึ่งคน และข้าราชการอื่นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าแผนก หรือเทียบเท่าอีกหนึ่งคน

๔๗. เมื่อท่านเป็นสัสดีอำเภอได้รับหลักฐานการขอเปลี่ยนชื่อตัวก็ดี ชื่อสกุลก็ดี เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว จะแก้ใบสำคัญ (แบบ สด.๙) อย่างไร
ขีดฆ่าด้วยหมึกแดง แล้วเขียนคำที่ขอแก้ลงใต้หรือต่อคำที่ขีดฆ่า
ขีดฆ่าคำเดิมด้วยหมึกแดง แล้วเขียนคำที่ขอแก้ลงใต้หรือต่อคำที่ขีดฆ่าแล้วประทับตราประจำตำแหน่งนายอำเภอตรงที่ขีดฆ่า
ขีดฆ่าด้วยหมึกดำ แล้วเขียนคำที่ขอแก้ลงใต้หรือต่อคำที่ขีดฆ่า
ขีดฆ่าคำเดิมด้วยหมึกดำ แล้วเขียนคำที่ขอแก้ลงใต้หรือต่อคำที่ขีดฆ่าแล้วประทับตราประจำตำแหน่งนายอำเภอตรงที่ขีดฆ่า

๔๘. ทหารหรือตำรวจกองประจำการ ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนตาย ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้อง
ทหารเรือหรือตำรวจกองประจำการตาย ให้หน่วยต้นสังกัดแจ้งต่อสัสดีจังหวัดตามภูมิลำเนาทหารของผู้ตาย
ถ้าเป็นทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนในจังหวัดที่เรียกคนเข้ารับราชการทหาร ให้นายอำเภอท้องที่ที่ทหารนั้นตายแจ้งต่อจังหวัดตามภูมิลำเนาทหารของผู้ตาย
ถ้าเป็นจังหวัดที่มิได้เรียกคนเข้ารับราชการทหาร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งต่อสัสดีที่ทำการแทนด้วย
ทหารกองประจำการตายให้นายอำเภอท้องที่ที่ทหารนั้นตายแจ้งต่อจังหวัดตามภูมิลำเนาทหารของผู้ตาย

๔๙. การเรียกทหารกองเกินเข้ารับราชการกองประจำการนี้ ปีหนึ่งให้เรียกกี่ครั้ง
ครั้งเดียว คือเดือนเมษายน
ครั้งเดียว คือเดือนพฤษภาคม
ครั้งเดียวระหว่างเดือนเมษายนกับเดือนพฤษภาคม
สองครั้งระหว่างเดือนพฤษภาคมกับเดือนพฤศจิกายน

๕๐. นักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ โดยได้รับอนุญาตจาก
กระทรวงต่างประเทศ
กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงกลาโหม
กระทรวงศึกษาธิการ